Abroad Education Services เรียนต่อต่างประเทศ,เรียนต่อออสเตรเลีย,ฝึกงานต่างประเทศ,เรียนมัธยมต่างประเทศ,เรียนต่อนิวซีแลนด์
  สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้3
 ผู้เข้าชมในวันนี้99
 ผู้เข้าชมทั้งหมด19,106
  English Tip
เรื่องน่ารู้ก่อนการเดินทางไปเรียนต่อ ณ กรุงลอนดอน
[25 กรกฎาคม 2551 16:38 น.] จำนวนผู้เข้าชม 102 คน
 

เรื่องน่ารู้ก่อนการเดินทางไปเรียน ณ กรุงลอนดอน






เรื่องน่ารู้ก่อนเดินทางไปเรียน ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ต้องนำอะไรมาอังกฤษบ้างเมื่อมาเรียนต่ออังกฤษ?

เสื้อผ้า  แนะนำให้เอาเสื้อโค้ทดีๆอุ่นๆ มาแค่ตัวเดียวก็พอ เพราะว่าเสื้อโค้ทที่นี่ราคาพอๆกับที่เมืองไทย แต่มีแบบให้เลือกมากกว่า  สำหรับเสื้อเจ็คแก็คไม่หนามากให้ซื้อมาหลายๆตัว เพราะต้องใส่ทั้งปี และราคาที่เมืองไทยถูกกว่าเยอะค่ะ  

สำหรับสาวๆให้เตรียมเสื้อผ้าหน้าร้อน ชุดแดรส ชุดออกเดท มาจากเมืองไทยเพราะว่าสวยกว่า ถูกกว่ามากๆ

รองเท้า ให้เอาผ้าใบมาหนึ่งคู่ จำเป็นมากๆเพราะต้องใส่บ่อย สำหรับคนรัก converse ต้องนำมาจากเมืองไทยเพราะที่ลอนดอนราคาประมาณคู่ละ 40 ปอนด์
 
อาหาร  แนะนำให้เอาอาหารแห้งจำพวกน้ำพริก เครื่องแกง ตามใจชอบ หากกระเป๋ายังพอมีพื้นที่เหลือ

ยาสามัญประจำบ้าน และยาสำหรับโรคประจำตัว
หม้อหุงข้าวเล็กๆ หนึ่งใบ จะช่วยได้เยอะ เพราะว่าหม้อหุ้งข้าวที่อังกฤษก็มีขายตามร้านจีนแต่ราคาแพง และไม่ทน เสียง่ายมาก

ปลั๊กไฟ (สามตา) ที่มีหลายๆ ปลั๊ก เพราะส่วนใหญ่คนไทยก็จะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซื้อในเมืองไทย

กล้องถ่ายรูป
คอมพิวเตอร์

การทำงานในลอนดอน

นักเรียนสามารถทำงาน part time ได้ตามกฏหมาย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อที่จะช่วยค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าที่พัก อาหาร ค่าเดินทางและอื่นๆ  นักเรียนส่วนใหญ่จะหางานทำได้ไม่ยาก งานที่หาได้ง่ายได้แก่ งานในร้านขายของหรือเสือผ้า ร้านอาหาร บาร์ โรงแรม และงานนวดไทย  งานส่วนใหญ่จะจ่ายค่าแรงตามค่าจ้างขั้นต่ำ ประมาณ 5.5 ปอนด์ต่อชั่วโมง  นักเรียนจะต้องทำ CV สำหรับสมัครงานหรือไม่ก็เดินเข้าไปสมัครตามร้านได้เลย

บริษัทจัดหางาน (Recruitment agencies)

อีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับน้องๆ หางาน Part time คือ บริษัทจัดหางาน ซึ่งในลอนดอน มีบริษัทจำพวกนี้เยอะที่สามารถช่วยหางาน part time ได้ โดยที่ไม่มีจ่ายค่าใดๆในการจัดหางาน บางบริษัทจะสัมภาษณ์และทดสอบทักษะเพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งงาน

ศูนย์จัดหางาน (Job Centre)

Job centre เป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่ให้บริการหางานให้กับประชาชน ซึ่งจะมีออฟฟิคอยู่ทั่วไปในลอนดอน

ค่าใช้จ่าย

จะแตกต่างกันแต่ละคนว่าใช้เงินเยอะหรือน้อยแค่ไหน แต่จะขอแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพ ดังนี้

1 ค่าที่พัก ราคาห้องแชร์สองคนต่อห้อง จะอยู่ราคาตั้งแต่ 120 ปอนด์ต่อห้องเป็นต้นไป นอกจากว่าอาศัยดวงดีจริงๆหาได้ถูกกว่านั้น ถ้าห้องเดี่ยวจะราคาตั้งแต่ 80 ปอนด์ขึ้นไป

2 ค่ารถ นักเรียนจะสามารถลดค่าเดินทางได้ 30 เปอร์เซนต์ ถ้าซื้อ Oyster card ซึ่งทางโรงเรียนจะออกหนังสือให้แล้วสมัคร Oyster card หลังจากที่มาถึงลอนดอนแล้ว ตอนนี้ราคารถบัสอย่างเดียวเดินทางได้ทุกที่ในลอนดอนก่อนลด 30 เปอร์เซนต์อยู่ที่ 13 ปอนด์ ถ้ารวมรถไฟใต้ดินโซน1-2ด้วยจะอยู่ที่ประมาณ 25 ปอนด์

3 ค่าอาหาร แนะนำให้ทำอาหารกินเองที่บ้านจะถูกกว่าสามารถอยู่ได้ที่ 20 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ถ้าไปกินตามร้านแบบธรรมดาจะหมดประมาณมื้อละอย่างน้อย 10 ปอนด์

การเดินทาง

มีระบบการคมนาคมที่สะดวกสบาย ทั้ง รถบัส เท็กซี่ รถไฟใต้ดิน และรถไฟ

รถไฟ (National trains) 

ราคาตั๋วรถไฟจะขึ้นอยู่กับประเภทของตั๋วและวันที่ซื้อ ทางที่ดีควรจะเช็คกับเจ้าหน้าที่ที่สถานีแล้วอธิบายรายละเอียดว่าเดินทางกี่คนเมื่อไหร่ เค้าจะหาตั๋วราคาถูกและเหมาะสมให้เอง

รถไฟใต้ดิน (Underground / Tube)

มาครั้งแรกอาจจะสับสบกับระบบรถไฟใต้ดินที่นี่ เพราะว่ามีหลายสาย ตอนนั่งต้องเช็คว่าเรานั่งไปทางทิศทางที่เราต้องการไป เช่น ตะวันออก-ตก หรือ เหนือ-ใต้ แล้วดูว่าเราต้องลงสถานีไหนต้องนั่งสายอะไร บางครั้งที่ที่เราต้องการไปต้องนั่งไปเปลี่ยนสายก็ต้องเช็คจาก Tube Map ก่อนออกเดินทาง หรือทางไม่เคลียร์ให้ถามเจ้าหน้าที่สถานี

รถเมล์ (Buses)

เป็นคมนาคมที่ถูกและสะดวก และครอบคลุมทั่วลอนดอนทั่งกลางวันและกลางคืน ปรกติรถบัสที่นี่จะตรงต่อเวลาและเราสามารถดูที่ป้ายรถเมล์ได้ว่าเมื่อไหร่รถสายที่เราต้องการจะมา 

นอกจากนนี้ยังมีรถเมล์ระยะไกลไปต่างจังหวัด ซึ่งถ้าเราจองล่วงหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต
www.natioanlexpress.com จะซื้อได้ในราคาถูกกว่า

Taxi

สามารถโทรเรียกเท็กซี่ หรือไปเรียกตามจุดจอด ส่วนมากจะมีที่ข้างนอกศูนย์การค้า อาคารใหญ่ๆ โรงแรม สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีรถบัส หรืออาจจะโบกได้ตามถนน แต่ราคาเท็กซี่ค่อนข้างแพง ไม่จำเป็นไม่ควรใช้บริการ

เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ

การพบแพทย์

เมือมาถึงให้นักเรียนนำจดหมาย Enrolment และ passport ไปลงทะเบียนที่ GP (General practice) .ใกล้บ้าน ซึ่งเราจะสามารถไปพบหมอ ตรวจรักษาได้ฟรี ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อหมอในขณะนั้นได้ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

การเปิดบัญชีธนาคาร

ให้นักเรียนนำจดหมายรับรองจากทางโรงเรียน พร้อม passport ไปที่ธนาคารที่ทางโรงเรียนติดต่อ ไปเปิดบัญชี หลังจากเปิดบัญชีแล้วหนึ่งสัปดาห์แล้วจะได้รับบัตร Debit card หรือที่บ้านเราเรียกว่าเอ ที เอ็ม

หน่วยตวงวัด

ใน UK จะมีหน่วยวัดเช่นผักผลไม้จะเป็นกิโลกรัมหรือ ปอนด์ สำหรับน้ำมันเป็นลิตร ระยะทางเป็นไมล์หรือยาดร์ ความเร็วไมล็ต่อชั่วโมง

เกร็ดความรู้ทั่วไป

ชั่งโมงการทำงาน ทั่วไป เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงครึ่งตอนบ่าย  ธนาคารจะเปิด 9.30-17.00 วันจันทร์ถึงวันศุกร์

วันหยุด (public holidays)

ส่วนใหญ่จะเรียกวันหยุดประจำปีว่า Bank holiday  เพราะว่าธนาคารมักจะหยุดในวันนั้นๆ หน่วยงานรัฐบาลและเอกชนส่วนใหญ่ก็หยุดในวันหยุดนี้ด้วยเช่นกัน วันหยุดสำคัญๆได้แก่

New Year’s Day Jan 1st

Good Friday  The Friday before Easter Monday
Easter Monday  จะเปลี่ยนทุกปี (ช่วงเดือนมีนา หรือเมษา)
May Bank holiday วันจันทร์แรกของเดือนพฤษภา
Spring Bank holiday วันจันทร์สุดท้ายของเดือนพฤษภา
Summer Bank holiday วันจันทร์สุดท้ายของเดือนสิงหา
Christmas day   25 ธันวา
Boxing day  26 ธันวาคม

วันที่มีการฉลอง

Mother’s day   สัปดาห์ที่สองของเดือนมีนา
Father’s day  วันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนา
Guy Fawkes Night วันที่ห้าพฤศจิกา จะมีการจดพรุทั่วทั่งลอนดอน

สภาพอากาศ

ฤดูหนาว จะมีฝนมากกว่าหิมะอุณหภูมิระหว่าง 0 – 5 องศา ช่วงหน้าร้อนจะอยู่ระหว่าง 15-25 องศา สำหรับเช็คอากาศให้เข้าไปที่
www.weather.co.uk
www.bbc.co.uk/weather
www.met-office.gov.uk

ระบบไฟฟ้า

ใช้ไฟ 230/240v AC, 50 Hz จะเป็นปลั๊ก 3 รู คนที่จะมาอังกฤษให้เตรียมปลั๊กมาหรือมาซื้อที่นี่ก็ ได้ราคาประมาณ 2-3 ปอนด์

โทรศัพท์มือถือ

ราคาที่นี่กับที่เมืองไทยราคาไม่ต่างกันมาก บางรุ่นที่ลอนดอนถูกกว่าบางรุ่นที่เมืองไทยถูกกว่า สำหรับคนทีจะนำโทรศัพท์จากเมืองไทย สามารถซื้อซิมที่นี่ใส่ได้เลยค่ะ

โทรศัพท์ระหว่างประเทศ

มีสามแบบแนะนำ คือ

1 ซื้อซิมการ์ดสำหรับโทรต่างประเทศ เช่น Lyca หรือ Librara จะตกประมาณ 5-6 เพน ต่อนาที

2.ซื้อ international phone card จะมีหลายยี่ห้อเช่น iphone copra ประมาณ 5 ปอนด์โทรได้ 2000 นาที แต่ต้องโทรกับโทรศัพท์บ้านหรือ free phone ถึงจะถูกเพราะว่าไม่ต้องจ่ายค่านาทีที่นี้ ถ้าโทรจากมือถือ จะโดนตัดนาทีในมือถือด้วย

3. เข้าไปลงทะเบียนใน localphone.com จ่ายนาทีละ 1 เพน แต่โดนตัดนาทีจากมือถือด้วย เหมาะสำหรับคนที่ใช้มือถือเป็นรายเดือนที่นี้จะสะดวกในการโทรมาก

Internet connection
มีร้านอินเตอร์เนตทั่วไป ชั่วโมงละ 1 ปอนด์ หรือ access ตามร้าน KFC

ไปรษณีย์

ชื่อทางการของไปรษณีย์ที่นี่คือ Royal Mail ซึ่งในที่ทำการไปรษณีย์จะมี postcard ขนม และ เครื่องเขียนขาย ใน UK จะมีที่ทำการไปรษณีย์ประมาณ 1500 แห่ง ปกติจะเปิดช่วง 9.00-17.30 ของวันจันทร์ถึงศุกร์ และครึ่งวันเช้าของวันเสาร์

การปรับตัวเข้าสังคมใหม่ เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

 

เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ สิ่งที่ทุกคนมักจะกังวลคือ การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ การใช้ภาษาอังกฤษ การเรียนรู้วัฒนธรรมตะวันตก การมีเพื่อนใหม่  wegoabroad.com มีคำแนะนำ สำหรับผู้ที่เตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศ ดังนี้ค่ะ

1 การพูดภาษาอังกฤษ: เมื่อน้องๆ ไปเรียนต่อต่างประเทศ แรกๆ อาจพูดภาษาอังกฤษยังไม่เก่งนัก ไม่ต้องกังวลใจค่ะ เป็นเรื่องธรรมดา เราต้องการเวลาในการปรับตัว ปรับการได้ยินสำเนียงคนพูดภาษาอังกฤษ ซักพักใหญ่ๆ อาจเป็นเดือน สำหรับบางคน หรือเพียงแค่ เป็นอาทิตย์สำหรับบางคน  มีบางคนเคยบอกว่า เทอมแรกของการเรียนต่อต่างประเทศ ในมหาวิทยาลัย ฟังที่อาจารย์ พูดไม่ออกเลยด้วยซ้ำ เทอมที่สองค่อยดีขึ้น

 ในด้านการฟัง นอกจากการฟังในห้องเรียนแล้ว ตอนที่อยู่บ้าน แนะนำให้ฟังรายการวิทยุ  talk back radio คือรายการวิทยุที่มีคนมาพูดคุยเรื่องต่างๆ มีคนโทรศัพท์เข้ามาให้ความเห็น ซึ่งนอกจากจะเป็นการหัดฟังแล้วยังเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรม เรื่องราวที่กำลังเป็นที่สนใจในขณะนั้นด้วย จะได้มีเรื่องไปคุยกับคนอื่นได้ค่ะ

การพูดภาษาอังกฤษ การพูดชัดเป็นเรื่องสำคัญ แนะนำให้น้องๆ พยายามพูดให้ช้าๆ และชัด การพูดช้า ชัดและเสียงดัง จะทำให้คนที่เราพูดด้วย เข้าใจสิ่งที่เราพูด การออกเสียงคำในภาษาอังกฤษ เช่น ตัวR ตัว L และอื่น ๆ มีส่วนสำคัญมาก ที่จะสื่อสารให้คนเข้าใจ

น้องๆ ที่มาเรียนต่อต่างประเทศแรก แรก อาจไม่มั่นใจเรื่องการพูดภาษาอังกฤษ อยากจะพูดให้มันจบๆ ไป เลยพูดเร็ว และไม่เสียงดังฟังชัด คนฟังเลยยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ค่ะ

หากไม่เข้าใจเวลาที่มีคนคุยด้วย แนะนำหัดพูดประโยคเหล่านี้ไว้ค่ะ
• Sorry ,Can you please say it again? ขอให้เค้าพูดใหม่
• Sorry,I don’t understand . Can you say again slowly please? พูดช้าๆ ชั้นไม่เข้าใจ
• Did you say …..? ไม่แน่ใจว่าฟังถูกหรือเปล่า ถามย้ำอีกที
• Do you mean ….? เป็นการถามย้ำอีกที
• What do you mean by that? ไม่แน่ใจความหมายของสิ่งที่เขาพูด ให้เค้าอธิบายใหม่

หากเข้าใจประโยคบางส่วนแล้ว แต่ฟังไม่ทันบางส่วน พยายามอย่าให้เค้าทวนทั้งหมด แต่ให้บอกว่าเราไม่ทันตรงใหน เช่น Do you want me to do what? เมื่อฟังออกว่าให้เราทำอะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร

2 การคบเพื่อนใหม่: การมีเพื่อนใหม่ เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ มีความสำคัญมาก เพื่อนใหม่นี้ อาจเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนที่ไปพบเจอตามที่ต่างๆ น้องๆ ควรถือโอกาสในการเรียนต่างประเทศนี้ ทำความรู้จักเพื่อนๆ ให้ได้มากที่สุด การทำความรู้จักเพื่อนใหม่ ควรเริ่มต้นด้วยการทักทาย เพื่อเริ่มต้นบทสนทนา ลองหัดให้ประโยคพวกนี้ดูค่ะ

• A : Hi, How are you today?สวัสดี สบายดีใหม B: I am good ,Thanks yourself? สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ A: I am very well.สบายดี B: That is good. ประโยคพวกนี้ ใช้บ่อยกับพนักงานเก็บเงินของซูเปอร์มาเก็ตด้วยค่ะ เป็นคำทักทายทั่วไป
• A: My name is Som ,really nice to meet you. ชื่อส้มค่ะ ยินดีที่ได้พบคุณ  อาจใช้เมื่อพบนายจ้าง เพื่อสัมภาษณ์ ครั้งแรก พบครูผู้สอนเป็นครั้งแรก หรือพบคุณพ่อ คุณแม่โฮมสเตย์ เป็นครั้งแรก อาจจับมือทักทายด้วยก็ได้ ผู้หญิงก็จับมือทักทายด้วยค่ะ
• ในห้องเรียนวันแรก น้องๆอาจต้องแนะนำตัวกับเพื่อนๆ ร่วมชั้น ไม่ต้องกลัวค่ะ ลองหัดประโยคเหล่านี้ A: Hello everyone, my name is Som, I am from Thailand. I am coming to studying English for 6 months then I will go back to Thailand. Nice to meet you.
B: Good morning everybody. My name is Nina. I am Thai. I am studying English and I will study Cookery course next year. Happy to see you guys. ลองแต่งประโยคลักษณะนี้เตรียมไว้ค่ะ ได้ใช้แน่ๆ

3 วัฒนธรรมตะวันตก: การเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในการไปเรียนต่อต่างประเทศ พฤติกรรมที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป ในสังคมไทย อาจเป็นสิ่งที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมตะวันตก ยกตัวอย่างเช่น
• การตรงต่อเวลา ต้องเข้าเรียนให้ตรงเวลา ส่งงานให้ตรงเวลา หากทำงานหรือการบ้านไม่ทัน หรือไม่เข้าใจ ทำไม่ได้ ให้ปรึกษาครูผู้สอน ก่อนกำหนดส่ง หากนัดหมายกับใคร ให้รักษาเวลาอย่างเคร่งครัด
• ความสุภาพ เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลา พูดคำว่า Please ,Thank you ให้ติดปากค่ะ
• ใช้คำว่า Excuse me เมื่อเรียกคน ที่ไม่รู้จักชื่อ เพื่อให้เค้าหันมาพูดกับเรา ห้ามให้ Hey ,you อย่างเด็ดขาด
• คนตะวันตก ไม่นิยมพูดเรื่องส่วนตัวกับคนอื่น หลีกเลี่ยงการพูดเรื่องส่วนตัว เรื่องความเจ็บป่วย เรื่องเงิน กับคนที่ไม่สนิท
• หากไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรดี ชาวตะวันตก นิยมคุยเรื่องดินฟ้าอากาศค่ะ อาจเริ่มต้นการสนทนาด้วย It is nice day isn’t it? หรือ It is so cold isn’t it?
น้องๆ ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ เป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศค่ะ คนที่พบ พูดคุยกับเรา ก็จะพูดต่อๆ ไปว่า ได้พบคนไทย นิสัยน่ารักมากๆ ไปเที่ยวเมืองไทยกันเถอะเรา

คนต่างชาติส่วนใหญ่ จะรู้จักเมืองไทย ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย คนไทยสวยและใจดี มักจะชมเมืองไทยให้เราฟังอยู่เสมอ อย่างลืม Thank you ที่เค้าชมเมืองไทยนะคะ





สำนวนเรื่องอาหาร จากฝั่งประเทศอังกฤษ

สำนวนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอาหาร ที่มักใช้ในประเทศอังกฤษ นักเรียนที่เตรียมตัวเรียนต่อประเทศอังกฤษ ต้องอ่านค่ะ


1. Half-baked
Meaning:
not thought out or studied carefully 
(ไม่ได้ศึกษาหรือเตรียมการอย่างดีพอ)
Example: He didn’t pass the exam because the lesson was half-baked.

2. Hand to someone on a silver platter
Meaning:
give a person something that has not been earned 
(ให้ความช่วยเหลือโดยที่คนๆนั้นไม่ได้ใช้ความสามารถหรือช่วยตัวเอง)
Example: His education was handed to him on a silver platter and now he is very spoiled.

3. Hard nut to crack
Meaning:
something or someone difficult to understand or do (บางสิ่ง หรือบางคนที่เข้าใจยาก)
Example: It’s a hard nut to crack Chinese language.

4. Hot potato
Meaning:
  Dangerous or difficult to handle 
(อันตรายหรือยากที่จะทำ)
Example: The issue of building the nuclear power plant is a real hot potato for the local town.

5. In a nutshell
Meaning: briefly, in words 
(สรุป ย่อ)
Example: We went to the meeting and they told us in a nutshell what would be happening.

6. Make one’s mouth water
Meaning:
Really delicious 
(อร่อยจนน้ำลายสอ)
Example:The restaurant is wonderful, every time I see the menu it makes my mouth water.

7. Nutty as a fruitcake
Meaning: Very crazy or strange 
(แปลก บ้าๆ บอๆ)
Example: He is a very nice man but he acts strange sometimes and I often think that he is as natty as a fruitcake

8. Out of the frying pan and into the fire
Meaning: go from something bad to something worse 
(หนีเสือปะจระเข้)
Example: He is out of the frying pan and into the fire so you should cheer him up sometimes.

9. Out to lunch
Meaning:
Crazy (บ้า)
Example: She is totally out to lunch and you should never believe what she tells you.

10. Piece of cake
Meaning: Very easy (ง่ายมาก)
Example: The exam was a piece of cake
 
 

English Tip
  • เรื่องน่ารู้ก่อนการเดินทางไปเรียนต่อ ณ กรุงลอนดอน [25 กรกฎาคม 2551 16:38 น.]
  • ทำตัวยังไง เมื่อไปพักโฮมสเตย์ [25 กรกฎาคม 2551 16:25 น.]
  • ดูข่าวทั้งหมด

    COPYRIGHT 2008 www.wegoabroad.com @ PIESOFT CO.,LTD. ALL RIGHT RESERVED. 
    www.makewebeasy.com